หวังเล็กๆ

    หลังจากที่เชลซีออกสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเก็บชัยชนะได้ใน 2 นัดแรกของฤดูกาล ด้วยการบุกเอาชนะฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ได้ถึงถิ่น 3-0 และการเอาชนะในศึกลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ที่พบกับอาร์เซน่อลในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ได้ 3-2 ทำให้แฟนบอลของทีมเชลซีเริ่มมีความหวังเล็กๆ กับยุคใหม่ของพวกเขาภายใต้การคุมทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ทำเกมรุกได้อย่างดุดันตั้งแต่สมัยคุมทีมนาโปลีในศึกกัลโช่ เซเรีย อาแล้ว ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาทำทีมนาโปลีได้เพียงแค่รองแชมป์สคูเด็ตโต้เท่านั้น เนื่องจากมาพลาดท่าในช่วงท้าย ทำให้ยูเวนตุสเข้าป้ายคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์สมัยที่ 7 ติดต่อกันของทางยูเวนตุสแล้วด้วย ทำให้ซาร์รี่ตัดสินใจหนีมาคุมทีมเชลซีในพรีเมียร์ลีกดูบ้าง ซึ่งเขาก็นำสไตล์การเล่นที่ใช้กับนาโปลีมาใช้กับเชลซีในฤดูกาลนี้ทันที ซึ่งก็ถือว่าพวกเขาเริ่มต้นได้ดีทีเดียว เนื่องจากว่าซาร์รี่ได้นำตัวจอร์จินโญ่ กองกลางคนสำคัญในระบบของเขาตามมาจากนาโปลีด้วย ทำให้พวกเขาสามารถจูนระบบใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และไม่ค่อยมีปัญหาอะไรมากนัก จะขาดแค่เพียงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ที่ค่อยๆ ปรับแก้กันไประหว่างฤดูกาลก็ได้ แต่ระบบหลักๆ พวกเขาสามารถติดตั้งให้กับเชลซีได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ถึงแม้ว่าฤดูกาลนี้บรรดาเกจินักวิจารย์ และนักวิเคราะห์ต่างๆ รวมถึงบริษัทรับพนันที่อังกฤษต่างก็มองว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เป็นแชมป์เก่า และลิเวอร์พูลที่เป็นผู้ท้าชิงที่จะมีโอกาสลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ โดยที่เชลซีถูกมองว่าเป็นเต็ง 4-5 ด้วยซ้ำ แต่หลังจากที่ออกสตาร์ตได้ดี โดยเฉพาะการเอาชนะคู่ปรับในบิ๊ก 6 อย่างอาร์เซน่อลได้ ทำให้แฟนบอลมีสิทธิ์ที่จะหวังเล็กๆ ได้เช่นกัน ที่จะมีโอกาสเป็นม้ามืดที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาลนี้ ด้วยระบบการเล่นของเมาริซิโอ ซาร์รี่ด้วย ที่เน้นเกมรุกเป็นหลัก และใน 2 นัดแรกพวกเขาก็ถลุงตาข่ายคู่แข่งได้ถึงนัดละ 3 ประตู ทำให้เกมรุกในฤดูกาลนี้จะไม่มีปัญหาเหมือนฤดูกาลที่แล้วอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าตอนนี้จะมีปัญหาที่กองหน้าตัวเป้าเล็กน้อยก็ตาม แต่ด้วยการที่ซาร์รี่ชำนาญด้านการทำเกมรุกอยู่แล้วทำให้เขามีวิธีการแก้ปัญหามากมาย ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนไปใช้ระบบ False nine เหมือนที่ใช้กับนาโปลีเมื่อฤดูกาลที่แล้วก็ได้ ส่วนที่เหลือก็แค่ปรับแนวรับเท่านั้น และพวกเขาอาจจะได้ลุ้นเล็กๆ ในฤดูกาลนี้