หลุดวงโคจร

    ทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ที่ฤดูกาลนี้มีการเปลี่ยนกุนซือใหม่มาเป็นเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนก่อนเริ่มต้นฤดูกาลไม่นาน แต่กลับเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงเปิดฤดูกาล และก็มีช่วงหนึ่งได้ขึ้นมาเป็นจ่าฝูงของศึกพรีเมียร์ลีกด้วย ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังจากที่ออกสตาร์ตฤดูกาลด้วยการเก็บชัยชนะได้ 5 นัดติดต่อกัน และได้นำจ่าฝูงในช่วงสั้นๆ ทำให้ตอนแรกที่พวกเขาเป็นเต็ง 4 ที่มีโอกาสจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ จากการคาดการณ์ของบ่อนรับพนันถูกกฏหมายของอังกฤษ แต่ในตอนนั้นพวกเขาขยับขึ้นมาเป็นเต็ง 3 และมีอัตราต่อรองดีกว่า 2 ทีมเต็งอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และลิเวอร์พูลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากช่วงนั้นพวกเขาเล่นกันได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะแนวรุกอย่างเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติเบลเยี่ยม ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นที่สุดตั้งแต่ย้ายมาอยู่ในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์เลยด้วยซ้ำ

แต่หลังจากนั้นมาเชลซีก็เริ่มประสบปัญหา โดยมีหลุดเสมอไปบ้าง แต่ก็ยังคงเกาะอยู่ในกลุ่มหัวตารางร่วมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และลิเวอร์พูลได้อยู่ แต่ทว่าพอหลังจากผ่าน 10 นัดแรกของฤดูกาลไปแล้ว เชลซีก็เริ่มประสบปัญหาทันที โดยพวกเขาเริ่มทำประตูได้น้อยลงเรื่อยๆ และมีปัญหาอย่างหนักกับการเล่นเป็นทีมเยือน ซึ่งพวกเขาแพ้ไปถึง 2 นัดให้กับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ซึ่งเป็นการแพ้แบบหมดรูปเลยด้วย และอีกเกมก็คือการบุกไปแพ้ให้กับทีมน้องใหม่อย่างวูล์ฟส์แฮมตัน วันเดอร์เรอร์สอย่างน่าเจ็บใจ 1-2 ทั้งๆ ที่เกมนั้นพวกเขาเล่นได้เหนือกว่าทุกกระบวนท่า และได้ประตูออกนำตั้งแต่ช่วงต้นเกม แต่ครึ่งหลังพวกเขามาโดน 2 ประตูภายในเวลาเพียง 4 นาทีเท่านั้น ทำให้แพ้เป็นนัดที่ 2 ของฤดูกาลทันที และทำให้พวกเขามีคะแนนห่างจากทีมจ่าฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปแล้วถึง 10 คะแนน หลังจากผ่านไปเพียง 15 นัดเท่านั้น ทำให้การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกของเชลซีในฤดูกาลนี้ดูท่าว่าจะเป็นเรื่องยากเสียแล้ว และน่าจะหลุดโค้ง และหลุดจากวงโคจรในการลุ้นแชมป์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย เนื่องจากมาตรฐานของทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้นั้นสูงมาก รวมถึงยังมีทีมอย่างท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ที่แซงหน้าพวกเขาขึ้นไปเป็นอันดับ 3 ของตารางเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสิ่งที่เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือวัย 59 ปีของทีมควรตั้งเป้าหมายของทีมในช่วงที่เหลือของฤดูกาลก็คืออย่างน้อยควรจะรักษาพื้นที่ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลหน้าให้ได้