ปัญหากองหน้าเริ่มส่งผล

     การมาของเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนที่เข้ามาคุมทีมเชลซีในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้ทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี มีการเปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียวจากยุคของอันโตนิโอ คอนเต้ ที่ใช้ระบบการเล่น 3-5-2 เป็นหลัก และเน้นการเล่นแบบรัดกุม มาเป็นระบบ 4-3-3 และเล่นแบบพาสซิ่ง เกมแทน ทำให้เชลซีกลายเป็นทีมที่เล่นสนุก และน่าตื่นตาตื่นใจในฤดูกาลนี้ แต่ด้วยเวลาในการเตรียมทีมที่น้อยเกินไป เนื่องจากกว่าที่จะมีการแต่งตั้งกุนซือวัย 59 ปีให้เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ ก็ปาไปในช่วงกลางเดือนกรกฏาคมแล้ว ทำให้พวกเขามีเวลาเตรียมทีมกันน้อยกว่าทีมอื่นๆ รวมถึงการวางแผนซื้อขายตัวนักเตะด้วย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเชลซียังมีนักเตะส่วนเกินที่ไม่ถูกใช้งานอยู่ในทีมหลายคนทีเดียว รวมถึงการที่ฤดูกาลนี้พรีเมียร์ลีกมีการเปลี่ยนกฏการซื้อขายนักเตะใหม่ โดยมาทำการปิดตลาดซื้อขายนักเตะกันก่อนเริ่มต้นฤดูกาล ทำให้เวลาในการทำธุรกรรมของแต่ละทีมนั้นน้อยลงไปถึง 3 สัปดาห์เลยทีเดียว ทำให้อดีตกุนซือรายนี้นั้นไม่มีเวลาเพียงพอที่จะหานักเตะเข้ามาเสริมทีม เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องได้ทัน โดยเฉพาะในตำแหน่งกองหน้า ที่ในฤดูกาลนี้พวกเขามีนักเตะที่เป็นตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น คืออัลบาโร่ โมราต้า กองหน้าชาวสเปน และโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้าร่างใหญ่ดีกรีแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศสเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้มีมิชี่ บาตชัวญี่ กองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมอีกรายด้วย แต่ก็ถูกปล่อยไปให้กับบาเลนเซียยืมตัวเสียก่อน

เชลซีเริ่มต้นฤดูกาลพรีเมียร์ลีกได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยสไตล์การเล่นที่เน้นเกมรุกตลอดเวลา ทำให้พวกเขามีโอกาสทำประตูได้ค่อนข้างเยอะ แต่ว่ากองหน้าของพวกเขากลับไม่คมกันเสียเลย ทำให้ฤดูกาลนี้เชลซีมีการเปลี่ยนกองหน้าลงสนามกันโดยตลอด โดยทั้งอัลบาโร่ โมราต้า และโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ได้ผลัดกันลงเป็นตัวจริงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งก็อย่างที่เห็นกันว่าตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งจุดอ่อนของทีมในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ โดยทั้ง 2 กองหน้าทำประตูรวมกันในลีกได้เพียงแค่ 6 ประตูเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ของทีมที่ทำไปคนเดียวถึง 7 ประตู ซึ่งตำแหน่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่เชลซีต้องเร่งแก้ไขโดยด่วนในช่วงเดือนมกราคมที่จะถึงนี้