ความสำคัญของอาซาร์

   เอแดน อาซาร์ ถือว่าเป็นนักเตะคนสำคัญของเชลซีมาตลอด หลังจากที่ย้ายมาอยู่กับทีมในปี 2012 และเป็นกำลังหลักที่ทำให้ทีม “สิงโตน้ำเงินคราม” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ถึง 2 สมัย ในยุคการคุมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ และอันโตนิโอ คอนเต้ ถึงแม้ว่า 2 กุนซือนี้จะจบกับสโมสรได้ไม่สวยก็ตาม นอกจากนั้นเขายังคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกได้ในปี 2014-2015 ด้วย แถมยังเป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำสโมสรอีก 3 สมัย และถือว่าเป็นนักเตะคนสำคัญที่สุดที่ทีมจะขาดไม่ได้เลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าเขาจะมีข่าวว่าอยากย้ายไปร่วมทีมตลอดในระยะหลังก็ตาม โดยเฉพาะหลังจากที่เขาไปโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซียด้วย ทำให้เขาตกเป็นข่าวการย้ายไปร่วมทีมเรอัล มาดริดอย่างหนัก เนื่องจากเพลย์เมคเกอร์วัย 27 ปีถูกมองว่าเขาจะเป็นตัวแทนของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะเจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์  5 สมัยที่ทางเรอัล มาดริดขายไปให้กับยูเวนตุสในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทำให้ถูกเชื่อมโยงว่าเรอัล มาดริดจะดึงอาซาร์ไปเป็นตัวแทน แต่ดูเหมือนจะติดปัญหาตรงที่ทางเชลซีตั้งค่าตัวไว้ถึง 170 ล้านปอนด์เลยทีเดียว หากทีม “ราชันย์ชุดขาว” อยากจะได้ตัวไปร่วมทีม ซึ่งสุดท้ายเขาก็ไม่ได้ย้ายทีมแต่อย่างใด และจะอยู่กับทีมในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ต่อไปอย่างน้อยอีก 1 ฤดูกาล

ซึ่งการที่เชลซียังสามารถรั้งตัวของเอแดน อาซาร์ไว้กับทีมได้ในฤดูกาลนี้ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยระบบของเมาริซิโอ ซาร์รี่ที่ค่อนข้างจะให้อิสระในการเล่นเกมรุกของบรรดากองหน้าทั้งหลาย ทำให้ศักยภาพเกมรุกของอาซาร์ถือว่าจะแสดงแสงยานุภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ในฤดูกาลนี้ ซึ่งก็เริ่มได้เห็นมาแล้วในช่วง 2 นัดแรกของฤดูกาล ที่ถึงแม้ว่าเขาจะถูกส่งลงสนามมาในฐานตัวสำรองแค่ไม่กี่นาทีก็ตาม แต่ก็สร้างความแตกต่างของรูปเกมให้กับเชลซีได้เป็นอย่างมาก ซึ่งการที่เขาต้องเป็นตัวสำรองในช่วงต้นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรมาก เนื่องจากที่เขากลับมาซ้อมช้ากว่าคนอื่น ทำให้สภาพร่างกายตอนนั้นยังไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร ทำให้เมาริซิโอ ซาร์รี่ค่อยๆ ใช้งานดาวเตะวัย 27 ปีลงสนามในฐานะตัวสำรองไปก่อน ซึ่งนัดแรกกับฮัเดอร์สฟิลด์ ทาวน์เขาได้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น แต่กลับสามารถกลายเป็นนักเตะที่เลี้ยงหลบคู่แข่งได้มากที่สุดในนัดนั้น ซึ่งนี่คือว่าสำคัญของเอแดน อาซาร์ต่อทีมเชลซี