‘ก็องเต้’ ที่เริ่มเสียของ

      ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางตัวตัดเกมทีมชาติฝรั่งเศสถือว่าก้าวขึ้นมาเป็นดาวดังได้อย่างรวดเร็ว จากการช่วยเลสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับเชลซีด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ และถูกยกย่องว่าเป็นกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดในโลกในเวลานี้เสียด้วยซ้ำ รวมถึงลักษณะนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนเงียบๆ ทำให้เพื่อนร่วมทีมต่างรัก และเอ็นดู ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของแฟนบอลไปด้วย ซึ่งในส่วนของผลงานในสนามนั้นเขาทำหน้าที่ได้อย่างไม่มีที่ติตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา เนื่องจากเขาได้ลงเล่นในตำแหน่งที่ตัวเองถนัดที่สุด โดยมีหน้าที่ไล่ตัดเกมคู่แข่งตลอด 90 นาที ซึ่งเขามีจุดเด่นที่ความอืด และการเข้าบอลที่แม่นยำด้วย ทำให้คู่แข่งนั้นผ่านเขายากมาก โดยจะเห็นได้จากศึกฟุตบอลโลกเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ที่เขาช่วยสกรีนบอลอยู่หน้ากองหลังทีมชาติฝรั่งเศสได้อย่างแนบเนียน และทำให้ปอล ป็อกบา เล่นได้ง่ายขึ้นด้วย จนทำให้กองกลางจอมตัดผมฉายแสงอย่างโดดเด่นที่รัสเซียด้วย

แต่ในฤดูกาลนี้ที่เชลซีมีการเปลี่ยนกุนซือใหม่มาเป็นเมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่มีแนวทางการเล่นที่โดดเด่นเป็นของตัวเองตั้งแต่สมัยที่คุมทีมนาโปลีในกัลโช่ เซเรีย อา ด้วยการเล่นแบบพาสซิ่ง เกม โดยเน้นการครองบอลเป็นหลัก ทำให้กุนซือคนใหม่คว้าตัวจอร์จินโญ่ กองกลางทีมชาติอิตาลีตามมาค้าแข้งในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ด้วย ซึ่งดาวเตะเชื้อสายบราซิเลี่ยนรายนี้ถือว่าเข้าใจระบบการเล่นของกุนซือวัย 59 ปีมากที่สุด เนื่องจากทำงานร่วมกันในถิ่นซาน เปาโลมาถึง 3 ฤดูกาล ทำให้เขาได้กลายเป็นตัวจริงกับสโมสรใหม่โดยทันที โดยจอร์จินโญ่ได้ลงเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับแทนที่ของเอ็นโกโล่ ก็องเต้ทันที แต่ด้วยระบบ และสไตล์การเล่นของซาร์รี่ที่ไม่เหมือนกับระบบทั่วไป ซึ่งมิดฟิลด์ตัวรับจะทำหน้าที่จ่ายบอลให้กับเพื่อนร่วมทีมเสียมากกว่ เสมือนเป็นเพลย์เมคเกอร์ แต่จะยื่นต่ำลงมากว่าเพลย์เมคเกอร์โดยปกติ ทำให้เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ต้องขยับตำแหน่งขึ้นมาเล่นสูงกว่าปกติแทน โดยเขายังทำหน้าที่ไล่บอลคู่แข่งอยู่ ในเวลาคู่แข่งได้บอล แต่เขาจะต้องขยับขึ้นสูงกว่าเดิมมากในช่วงที่ทีมกำลังบุก ซึ่งเขาไม่เคยทำมาก่อนเลยในอาชีพการเล่นของเขา ทำให้ผลงานในฤดูกาลนี้ของดาวเตะวัย 27 ปีไม่โดดเด่นเหมือนอย่าง 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา และเหมือนว่าจะเป็นการลดคุณค่าของเอ็นโกโล่ ก็องเต้ไปด้วย